เมืองพักแรมฟุจิซาวะ

Post Town Fujisawa

Post Town Fujisawa

Post Town Fujisawa

เมืองฟุจิซาวะรุ่งเรืองขึ้นเป็นเมืองหน้าวัดหลังจากที่ “วัดโชวโจวจิ” (วัดยูเกียวจิ) ซึ่งสร้างขึ้นโดยพระดงไค นักบวชรุ่นสี่แห่งยูเกียว ถูกสร้างขึ้นในยุคคามาคุระ (ปี 1325) นับจากยุคเอโดะเป็นต้นมา ฟุจิซาวะได้รับเลือกให้เป็นเมืองพักแรมลำดับที่ 6 ในบรรดา 53 ที่พักแรมบนเส้นทางโทไคโดซึ่งเชื่อมจากสะพานนิงฮงบาชิจนถึงเกียวโต ด้วยเหตุนี้เอง ฟุจิซาวะและเมืองหน้าวัดจึงเริ่มขยับขยายกลายเป็นเมืองพักแรมในที่สุด

เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางของยุคเอโดะเป็นต้นมา การจาริกแสวงบุญที่เอโนะชิมะเพื่อการพักผ่อนเป็นที่นิยมในหมู่ชาวเมืองมากขึ้น ที่พักแรมในเมืองฟุจิซาวะจึงไม่ได้เป็นแค่ทางผ่านบนเส้นทาง โทไคโดเท่านั้น แต่เริ่มเจริญรุ่งเรืองขึ้นโดยเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเอโนะชิมะที่มุ่งสู่ศาลเจ้าเอโนะชิมะนั่นเอง สภาพแวดล้อมของเมืองในเวลานั้นถูกวาดเอาไว้ในภาพ อุคิโยเอะ “ภายใน 53 สถานีบนเส้นทางโทไคโด ฟุจิซาวะ” แม้กระทั่งในปัจจุบันนี้ตึกรามบ้านช่องที่ได้รับการสืบทอดมายาวนานโดยมีเส้นทางโทไคโดเก่าเป็นศูนย์กลางยังคงตั้งตระหง่าน แข็งแรงทนทานแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากในสมัยนั้นเลย

เมืองพักแรม

Post Town

สถานที่ตามเส้นทางที่ได้รับการกำหนดจากรัฐบาลเอโดะจะเรียกว่า “จุดพักแรม” เมืองที่มีการพัฒนาขึ้นโดยมีจุดพักแรมเป็นศูนย์กลางก็จะเรียกกันว่า “เมืองพักแรม” ซึ่งสถานที่นี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับให้นักเดินทางมาค้างคืนหรือพักผ่อนเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดรับส่งจดหมายราชการหรือสัมภาระด่วนอีกด้วย ตามจุดพักแรมจึงมีหน้าที่สับเปลี่ยนคนและม้าเพื่อขนถ่ายสัมภาระ

เมืองหน้าวัด

Temple Town

เป็นเมืองที่ถูกสร้างขึ้นในบริเวณใกล้กับวัดและศาลเจ้าที่ได้รับความเคารพนับถือ ด้วยมีนักแสวงบุญเดินทางผ่านไปมา เมืองจึงได้รับการก่อตั้ง สร้างห้างร้านและที่พักแรมจนขยับขยายกลายเป็นเมืองใหญ่อย่างรวดเร็ว

30 โทไคโด 53 สถานี

53 Stages of the Tokaido Road

โทไคโดคือถนนซึ่งมีความยาวทั้งหมดประมาณ 492 กิโลเมตรเชื่อมต่อจากสะพานเอโดะนิฮงบาชิถึงสะพานเกียวโตซันโจ ยุคเอโดะตอนต้นได้รับการพัฒนาโดยโชกุนโทคุงาวะ
อิเอยาสุ ซึ่งอิเอยาสุได้สร้างจุดพักแรม 53 สถานีขึ้นบนเส้นทางโทไคโดในปี 1601 เพื่อให้การติดต่อระหว่าง “เอโดะ” ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งของปราสาทกับ “เกียวโต – โอซาก้า” ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งของราชสำนัก (ที่พำนักของจักรพรรดิ) เป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น จึงเรียกที่นี่ว่าโทไคโด 53 สถานี (“สถานี” หมายถึงจุดพักแรม)

วัดยูเกียวจิ

ฟุจิซาวะถือกำเนิดขึ้นจากเมืองหน้าวัดยูเกียวจิ ต่อมาได้นำชื่อ “ภูเขาฟุจิซาวะ” มาเป็นชื่อเมือง สุดท้ายพัฒนาเป็นเมืองพักแรมบนเส้นทางโทไคโดและกลายเป็นเมืองฟุจิซาวะในปัจจุบัน
วัดยูเกียวจิเป็นวัดในลัทธิหนึ่งของพุทธศาสนาที่พระอิปเป็งเป็นผู้สร้างขึ้น พระอิปเป็งได้ละทิ้งทุกสิ่งและช่วยมอบความหวังอันยิ่งใหญ่ให้กับผู้ยากไร้รวมถึงผู้ที่มีความทุกข์ยากทางใจมากมายด้วยวิธีการยูเกียว (*1) ความยินดีจากก้นบึ้งของจิตใจที่พวกเขาเหล่านั้นรู้สึกจะทำให้พวกเขาขยับเคลื่อนร่างกายตามไปด้วย ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวมีการแสดงออกผ่านทางอิโดริเน็นบุทสึ (*2) ความยินดีจะยิ่งช่วยให้วงล้อมของผู้คนที่มีความสุขขยายใหญ่ขึ้น กล่าวกันว่าเรื่องนี้ถือเป็นจุดกำเนิดของระบำบ้งโอโดริในทุกวันนี้

Yugyo-ji Temple

Yugyo-ji Temple

วัดยูเกียวจิมีชื่อทางการคือวัดโททาขุซัง มุเรียวโคอิง โชวโจวจิ เดินจากสถานีฟุจิซาวะประมาณ 15 นาที
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ “เนินอิโรฮะ” ซึ่งเป็นเส้นทางสู่อุโบสถจะแปรเปลี่ยนเป็นโพรงถ้ำซากุระ รวมถึงต้นแปะก๊วยซึ่งมีความสูงกว่า 21 เมตรอันเป็นมรดกธรรมชาติประจำเมืองในฤดูใบไม้ร่วงก็งดงามไม่แพ้กัน

*1. การเดินเท้าไปตามสถานที่ต่างๆ โดยไร้จุดหมายเพื่อปฏิบัติธรรมและฝึกฝนจิตใจ
*2. การระบำไปพร้อมกับสวดระลึกถึงพุทธคุณเพื่อสัมผัสถึงความปีติในศาสนา

อาคารฟุจิซาวะชูคุโคริวคัง

จุดพักแรมฟุจิซาวะเป็นจุดพักแรมลำดับที่ 6 ในบรรดา 53 ที่พักแรมบนเส้นทางโทไคโด ซึ่งเจริญรุ่งเรืองเพราะเป็นเมืองหน้าวัดยูเกียวจิ อาคารฟุจิซาวะชูคุโคริวคังแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ซึ่งคุณจะได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมดังกล่าว


นอกจากการจัดแสดงหลักจำลองแบบสามมิติและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเดินทางในสมัยนั้นแล้ว ยังมีการจำลองอาคารบ้านเมืองโบราณของที่พักแรมฟุจิซาวะแบบสามมิติอีกด้วย


สถานที่ที่ตั้งของอาคารจะมีประตูสีดำ หรือคุโรมง (เนินอิโรฮะ) ของวัดยูเกียวจิเป็นจุดสังเกต ซึ่งเดินจากสถานี JR ฟุจิซาวะ (ประตูทิศเหนือ) เพียง 15 นาที

ข้อมูลเพิ่มเติม
【เวลาเปิดทำการ】
เมษายน- กันยายน 9:00-18:00 น.
ตุลาคม - มีนาคม 9:00-17:00 น.

【ปิดทำการ】
วันจันทร์ (ถ้าวันจันทร์เป็นวันหยุด จะปิดทำการในวันถัดไป)
วันจันทร์ (ถ้าวันจันทร์เป็นวันหยุด จะปิดทำการในวันถัดไป)

เว็บไซต์ทางการของอาคารฟุจิซาวะชูคุโคริวคัง (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น) (เฉพาะภาษาญี่ปุ่น)